ส่วนผลงานวิจัยกลุ่มที่สอง
เป็นการศึกษา ความรู้พื้นฐาน ของขบวนการผลิตอาหารหมัก
ที่ใช้ถั่วเหลืองเป็นวัตถุดิบ โดยได้มีการศึกษาบทบาท
ของจุลินทรีย์หลายชนิดเช่น เชื้อรา Aspergillus oryzae ยีสต์ชนิดที่ทนเกลือ
และแบคทีเรีย ในกลุ่มแลคติก จนกระทั่งสามารถนำเทคนิคในการใช้
สายพันธุ์บริสุทธิ์ ตลอดจน แนวทางใหม่
ในการปรับปรุง ขบวนการผลิตอาหารหมัก
ที่ใช้ถั่วเหลือง เป็นวัตถุดิบชนิดต่างๆ
เพื่อประยุกต์ใช้ ในโรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
ในปัจจุบัน มีโรงงานอุตสาหกรรม หลายแห่ง
ที่นำเทคนิคใหม่ๆ ที่เกิดจากผลงานวิจัยนี้
ไปประยุกต์ใช้ในโรงงาน เพื่อเป็นการเพิ่มผลผลิต
และปรับปรุงคุณภาพ ของผลิตภัณฑ์ให้สูงขึ้น
ผลงานวิจัยนี้ได้ก่อให้เกิดความมั่นใจ
ในกลุ่มโรงงาน ที่ผลิตอาหารหมักจากถั่วเหลือง
จนกระทั่งเกิดการรวมตัว ของกลุ่มโรงงานเหล่านี้
ในลักษณะ "Consortium" เพื่อให้การสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนา
และส่งผลให้ผลงานวิจัยและพัฒนา เกี่ยวกับเรื่องนี้
มีความต่อเนื่อง และประสบผลสำเร็จ ในการประยุกต์ใช้เป็นอย่างดี
การควบคุมแมลงศัตรูพืช
และแมลงพาหะนำโรค โดยชีววิธี เป็นวิธีที่เหมาะสม
กว่าการควบคุม โดยการใช้สารเคมี หากมีการคำนึงถึง
สภาวะสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ อันเนื่องมาจาก
การใช้สารเคมี อย่างไรก็ตาม การควบคุมแมลงโดยชีววิธี
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้แบคทีเรีย
ชนิด B. thuringiensis ในประเทศไทย
ในปัจจุบัน ยังไม่แพร่หลายเท่าที่ควร
ซึ่งเป็นเหตุเนื่องมาจาก ผลิตภัณฑ์ที่มี B. thuringiensis เป็นส่วนประกอบสำคัญนั้น
เป็นผลิตภัณฑ์ที่สั่งเข้า มาจากต่างประเทศทั้งสิ้น
และเป็นผลทำให้ ราคาของ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
ค่อนข้างสูง อีกทั้งประสิทธิภาพ ของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
ยังไม่เหมาะสมเท่าที่ควร กับสภาวะภูมิอากาศ
และวิธีการถือปฏิบัติ ของเกษตรกรไทย
อย่างไรก็ดี จากการสนับสนุน ของหน่วยงานของรัฐ
หลายหน่วยงาน เป็นที่คาดว่า จะมีการผลิต B. thuringiensis เพื่อใช้ในการ
ควบคุมแมลงศัตรูพืช และแมลงพาหะนำโรค
ในประเทศไทย ภายในระยะเวลา 1-2 ปีข้างหน้านี้
ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริม ให้อุตสาหกรรมใหม่
ที่จะเกิดขึ้น ในประเทศไทยในเร็วๆนี้
ให้มีรากฐานที่มั่นคง และเป็นอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน
และแข่งขัน กับอุตสาหกรรมประเภทเดียวกัน
ในต่างประเทศได้ จึงจำเป็นที่จะต้องมี
การวิจัยพื้นฐานทางด้านสรีรวิทยา และพันธุกรรมศาสตร์
ของแบคทีเรียชนิด B. thuringiensis
โดยที่ผลงานนี้ ได้จากโครงการวิจัยนี้
จะสนับสนุนให้อุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้น
สามารถหาแนวทางพัฒนา ขบวนการผลิต ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
ให้ได้คุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น
โดยมีราคาการผลิตที่ต่ำลง และเพื่อเป็นรากฐานให้เกิดงานวิจัย
และพัฒนาในอุตสาหกรรมประเภทนี้ในอนาคต
ดังที่กล่าวข้างต้น
โครงการวิจัยนี้จะมีสองส่วนใหญ่ คือการวิจัยเกี่ยวกับสรีรวิทยา
และพันธุศาสตร์ ของแบคทีเรียชนิด B.
thuringiesis ในด้านการศึกษา ทางด้านสรีรวิทยา
นั้นจะเป็นการศึกษา ประสิทธิภาพการใช้
แหล่งคาร์บอน และไนโตรเจนที่เหมาะสม
ของแบคทีเรียชนิดนี้ ตลอดจนการหาวิธีการเพาะเลี้ยง
ในรูปแบบใหม่ๆซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่า
วิธีที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เช่น กรรมวิธีเพาะเลี้ยงเซลล์
ให้มีความเข้มข้นสูง ซึ่งจะเป็นแนวทางใน
การลดขั้นตอนการผลิต ในปัจจุบันได้
ผลจากการวิจัยเกี่ยวกับ การใช้แหล่งคาร์บอนและ
ไนโตรเจนจะส่งผลให้สามารถ บ่งชี้วัตถุดิบที่ใช้
ในการเพาะเลี้ยงได้ เหมาะสมกว่าที่ใช้อยู่
ในปัจจุบัน ส่วนในการศึกษา ทางด้านพันธุศาสตร์นั้น
จะเป็นการวิจัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
ของ B. thuringiensis ในการทำลายหนอนแมลง
โดยการถ่ายทอดยีน นอกจากนี้การศึกษา
ทางพันธุศาสตร์ จะช่วยเสริมขบวนการผลิตอีกด้วย
เช่นการดัดแปลงสายพันธุ์ไม่ว่าจะเป็น
วิธีการใช้การผ่าเหล่า หรือวิธีทางพันธุวิศวกรรม
เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพของ B.
thuringiensis ในการใช้แหล่งคาร์บอนที่เหมาะสม
หรือให้ได้สายพันธุ์ที่สามารถเจริญได้
อย่างมีประสิทธิภาพ สูงกว่าสายพันธุ์เดิม
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. [ISBN 974-89566-0-1] |