24 ธันวาคม 2568 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ประสิทธิ์ สุวรรณเลิศ คณบดี และทีมผู้บริหาร ร่วมพบปะประชาคมในกิจกรรม Meet the Dean EP.3 SYNERGY สู่ผู้นำทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรและนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ ได้รับฟังนโยบายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการบริหารจัดการองค์กรร่วมกับทีมผู้บริหาร ณ ห้อง L-01 อาคารบรรยายรวม (ตึกกลม) คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พญาไท โดยกิจกรรมในครั้งได้รับความสนใจจากบุคลากรและนักศึกษาเข้าร่วมงานจำนวนกว่า 300 คน
โดยภายในงาน รองศาสตราจารย์ ดร.ประสิทธิ์ สุวรรณเลิศ คณบดี ได้นำเสนอผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาของทีมบริหารเพื่อนำองค์กรให้บรรลุเป้าหมาย To be a World Class Faculty of Science with Social Impact ด้วยแผนยุทธศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 : Research & Innovation Excellence, ยุทธศาสตร์ที่ 2 : Future-Oriented Education, ยุทธศาสตร์ที่ 3 : Societal Impact & Policy Advocacy, ยุทธศาสตร์ที่ 4 : Organizational Excellence Enabler และยุทธศาสตร์ที่ 5 : Value Creation for Financial Sustainability ในปีที่ผ่านมา ร่วมกับรองคณบดีและผู้ช่วยคณบดีฝ่ายต่าง ๆ ตอบคำถามและแลกเปลี่ยนในประเด็นต่าง ๆ กับประชาคม โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิทูร ชื่นวชิรศิริ หัวหน้าภาควิชาฟิสิกส์ เป็นผู้ดำเนินรายการอย่างเป็นกันเอง
โดยการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ในปีที่ผ่านมา ในยุทธศาสตร์ที่ 1 : Research & Innovation Excellence คณะวิทยาศาสตร์ได้ส่งเสริมการตีพิมพ์งานวิจัยในวารสารระดับนานาชาติ และสร้างผลกระทบเชิงบวก ทำให้จำนวนผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติเพิ่มขึ้นจาก 430 ใน ปี 2566 เพิ่มขึ้นเป็น 460 ผลงาน ในปี 2568 จากข้อมูล ณ วันที่ 1 ธันวาคม 2568 จากฐานข้อมูล MUSC E-Publication และคุณภาพของผลงานตีพิมพ์อยู่ในระดับ Q1 วารสารชั้นนำมากที่สุด โดยมีผลงานวิจัยที่สร้างประโยชน์ที่ใช้งานได้จริงเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เช่น งานวิจัย Distinct systemic immune responses in asymptomatic and symptomatic dengue virus infection การติดเชื้อไข้เลือดออกแบบไม่แสดงอาการ ที่อาจเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาวัคซีนรุ่นใหม่, การวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ตรวจวัดรังสีคอสมิกที่ส่งไปกับดาวเทียมเพื่อศึกษาสภาพอวกาศ, การส่งเมล็ดพันธุ์ข้าวไทยไปอวกาศเพื่อทดสอบการเจริญเติบโตของข้าวในสภาพแวดล้อมรุนแรงเพื่อเตรียมพร้อมการผลิตอาหารในอนาคต, นวัตกรรมหนังเทียมจากเส้นใยใบสับปะรดเหลือทิ้งเพื่อตรึงคาร์บอนและลดการใช้งานพลาสติกเพื่อความยั่งยืน, นวัตกรรมสเปรย์ลดอุณหภูมิด้วยการแผ่รังสีความร้อนและการพัฒนาวัสดุสีเขียว, การทำแผนที่เซลล์ร่างกายมนุษย์เพื่อทำความเข้าใจการทำงานของร่างกายและหาวิธีการใหม่ในการรักษาโรค, การศึกษาเชื้อดื้อยาและเชื้ออุบัติใหม่ซึ่งเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขระดับโลก, การค้นหาตัวยาใหม่จากสารสกัดสมุนไพรไทย และงานวิจัยอีกมากมาย นอกจากนั้นยังร่วมผลักดันให้เกิดการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชน กับทางกองทัพอากาศเพื่อความมั่นคงของประเทศ และสร้างความร่วมมือในระดับนานาชาติเพิ่มขึ้นอีกด้วย
ส่วนในยุทธศาสตร์ที่ 2 : Future-Oriented Education มีการสนับสนุนทุนการศึกษา ด้วยโครงการ ทุน Alpha The First Step to Excellence in Science ก้าวแรกสู่ความเป็นเลิศทางวิทยาศาสตร์ ส่งเสริม 6 สาขาวิชาในหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต ได้แก่ คณิตศาสตร์ เคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา เทคโนโลยีชีวภาพ และพฤกษศาสตร์ โดยตั้งเป้าจะระดมทุน ๆ ละ 1 ล้านบาท เป็นจำนวนถึง 100 ทุน สู่การเป็น Brain Power นอกจากนี้ยังพัฒนาหลักสูตร Sustainability Science (ม.มหิดล และ ม.ธรรมศาสตร์) MoU ร่วมกับ ม.เกษตรศาสตร์ เพื่อเทียบโอนผลสอบ AP เปิดรายวิชาร่วมกัน และความร่วมมือทางวิชาการ รวมถึงขยายความร่วมมือในการจัดการศึกษารวมถึงการทำวิจัยกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ อาทิ Queen Mary University of London จากสหราชอาณาจักร, York University จากแคนาดา, National Taiwan Normal University (NTNU) จากสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน), Xishuangbanna Tropical Botanical Garden of Chinese Academy of Science จากสาธารณรัฐจีน มีการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหวางนักศึกษาไทยและนักศึกษาต่างชาติในย่านพญาไท
สำหรับยุทธศาสตร์ที่ 3 : Societal Impact & Policy Advocacy ขับเคลื่อนนโยบายสังคมที่มีฐานจากวิทยาศาสตร์ โดยสื่อสารวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของสังคม (Science Communication for Social Trust) ด้วยการสื่อสารผ่านสื่อมวลชน การจัดเสวนาสาธารณะ และ Mahidol Science Cafe ในหัวข้อวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจและเป็นประเด็นในขณะนั้น นอกจากนี้ยังมีการวิจัยและโครงการวิจัยที่ดันเชิงนโยบาย ได้แก่ Bus vs PM2.5, โครงการทำหมันยุงลาย, นวัตกรรมแคลเซียม, นวัตกรรมการแยกเส้นใยสัปปะรด, นวัตกรรมเครื่องตรวจจับกลิ่นอเนกประสงค์ (E-NOSE), โครงการด้านการจัดการขยะ (ทุน SDGs Living Lab), โครงการมหาวิทยาลัยเด็กแห่งประเทศไทย, โครงการความมั่นคงด้านอาหารภายใต้สภาวะวิกฤติ โดยทั้งหมดเป็นผลงานวิจัยที่สอดคล้องกับเป้าหมาย SDGs ของมหาวิทยาลัยมหิดลอีกด้วย
ยุทธศาสตร์ที่ 4 : Organizational Excellence Enabler ที่ผ่านมาคณะวิทยาศาตร์ปรับปรุง ซ่อม สร้าง เสริมพื้นที่ชั้นดาดฟ้า ผนังแตกร้าว และทำระบบกันซึมให้กับอาคารต่าง ๆ ภายในคณะมาโดยตลอด และในอนาตได้วางแผนการปรับปรุงรั้วและป้ายคณะ(อยู่ในระหว่างการดำเนินการ) สร้างบันไดเลื่อนให้กับอาคาร MUSES และเปิดศูนย์ Mahidol Innovative Learning Space (MILS) ปรับปรุงพื้นที่เพื่อขยายที่นั่งโรงอาหาร และเพิ่มการรับรู้ของบุคลากรที่มีต่อการนำองค์กรของทีมบริหารคณะวิทย์ ด้วยการพัฒนาสวัสดิการ ความสุข ความภูมิใจในองค์กร โดยยึดมั่นในการ สร้างคน สร้างความสุข ผลักดันการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการของอาจารย์และบุคลากรสายสนับสนุนภายในคณะ โดยดำเนินโครงการพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ส่งเสริมการขอตำแหน่งที่สูงขึ้นให้กับบุคลากร โดยพัฒนาระบบติดตามการขอตำแหน่งบุคลากรสายวิชาการ (MUSC-AP Tracking System) รวมถึงดูแลด้านสวัสดิการ เช่น ประกันสุขภาพแบบกลุ่ม และส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่ดี เช่น ส่งเสริมให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมในองค์กรโดยนำนโยบายไม่รับของขวัญ (No Gift Policy) มาดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อสร้างความโปร่งใสในองค์กร
และในยุทธศาสตร์ที่ 5 : Value Creation for Financial Sustainability คณะวิทยาศาตร์ได้มีแผนจะปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อแสดงถึงความเป็น Lively Campus และก่อสร้างอาคารวิจัย-เทคโนโลยี และนวัตกรรมต้นแบบ เพื่อรองรับการพัฒนาของพื้นที่ย่านพญาไท โดยมีการบริหารจัดการทรัพย์ ด้วยการให้บริการเช่าใช้พื่นที่ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น บริการเช่าใช้ห้องประชุมสำหรับการจัดประชุมและสัมมนา หรือเปิดพื้นที่ให้บริการที่จอดรถสำหรับบุลคลภายนอก เป็นต้น โดยในปีที่ผ่านมา ผลการดำเนินงานด้านการเงิน (EBITDA, ROA, และ Net Profit Margin) ปีงบ 2568 นั้นเป็นบวกทั้งหมด
กิจกรรม Meet the Dean EP.3 SYNERGY สู่ผู้นำทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เปิดโอกาสให้บุคลากรและนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ได้รับฟังนโยบาย ทิศทางการพัฒนาองค์กร และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยตรงกับทีมผู้บริหาร ส่งเสริมความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมายสู่ความเป็นคณะวิทยาศาสตร์ระดับโลก และยังได้เห็นถึงความคืบหน้าของการดำเนินการตามยุทธศาสตร์หลักของคณะวิทยาศาสตร์ในช่วงเวลาที่ผ่านมาและแนวทางการพัฒนาในอนาคต ซึ่งจะช่วยให้เกิดการมีส่วนร่วมและสร้างความแข็งแกร่งให้กับชุมชนวิชาการของคณะต่อไป
เขียนข่าว : นายธีรเทพ แก้วมณี
ภาพข่าวโดย : นายนนท์นภัทร อินทร์สุพรรณ์
เว็บมาสเตอร์: นายธีรเทพ แก้วมณี
วันที่ 24 ธันวาคม 2568

























