คณะวิทย์ ม.มหิดล ลงนาม MOU ร่วมกับ Institute of High Energy Physics, Chinese Academy of Sciences สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อพัฒนาการวิจัยแนวหน้าด้านฟิสิกส์อวกาศและอนุภาคพลังงานสูงจากอวกาศภายใต้โครงการ LHAASO

19 กุมภาพันธ์ 2568 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับ Institute of High Energy Physics, Chinese Academy of Sciences (IHEP) จากสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อขยายความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยด้านฟิสิกส์อวกาศและอนุภาคพลังงานสูง ภายใต้โครงการ Large High Altitude Air Shower Observatory หรือ LHAASO ณ ห้องประชุม K101 อาคารเฉลิมพระเกียรติ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พญาไท

ในโอกาสนี้ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ประสิทธิ์ สุวรรณเลิศ คณบดี และ Prof. Dr. David Ruffolo หัวหน้ากลุ่มวิจัยรังสีคอสมิกและอนุภาคพลังงานสูง ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้การต้อนรับ Prof. Zhen Cao, Institute of High Energy Physics, Chinese Academy of Sciences โฆษกโครงการ LHAASO และ Prof. Yu-Qing Lou สมาชิกผู้มีส่วนร่วมในโครงการ LHAASO และร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ โดยมีผู้บริหารและหัวหน้าหน่วยงานภายในคณะวิทยาศาสตร์ ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.ปฐมพล วงศ์ตระกูลเกตุ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม อาจารย์ ดร.ระพี บุญเปลื้อง รองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและวิเทศสัมพันธ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิทูร ชื่นวชิรศิริ หัวหน้าภาควิชาฟิสิกส์ และสมาชิกกลุ่มวิจัยรังสีคอสมิกและอนุภาคพลังงานสูง ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วฤทธิ์ มิตรธรรมศิริ และ Dr. Alejandro Saiz Rivera อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ผู้ร่วมวิจัยอนุภาคพลังงานสูงในโครงการ LHAASO พร้อมด้วยบุคลากรงานความร่วมมือระหว่างประเทศ ร่วมเป็นสักขีพยานในการสถาปนาความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่าง 2 สถาบัน

การลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวางรากฐานความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดลและพันธมิตรจากประเทศจีน ในการพัฒนาและขยายขอบเขตการวิจัยด้านอนุภาคพลังงานสูง รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมของนักวิจัยไทยในโครงการระดับนานาชาติ เพื่อขับเคลื่อนองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปสู่ระดับสากล ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะสถาบันการศึกษาชั้นนำของไทยที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนางานวิจัยที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม (real world impact) ในระดับโลก และการสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายนักวิจัยในระดับนานาชาติ ซึ่งจะช่วยผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่แนวหน้าด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอนาคต

ความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยพัฒนาศักยภาพของนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยรุ่นใหม่ โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาและนักวิจัยไทยได้เข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับนักวิจัยระดับโลก และปูทางสู่การค้นพบองค์ความรู้ใหม่ด้านฟิสิกส์อวกาศและอนุภาคพลังงานสูง ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดเป็นเทคโนโลยีที่สามารถประยุกต์ใช้ในด้านอื่น ๆ เช่น การตรวจจับรังสีคอสมิกเพื่อป้องกันภัยพิบัติ หรือการพัฒนาระบบเซ็นเซอร์ขั้นสูง อันจะเป็นประโยชน์แก่มนุษยชาติต่อไป

เขียนข่าวโดย : นางสาวปัณณพร แซ่แพ
ตรวจสอบโดย : นางสาวปนิดา พยุหกฤษ
ภาพข่าวโดย : นายนนท์นภัทร อินทร์สุพรรณ์
เว็บมาสเตอร์: นางสาวปัณณพร แซ่แพ
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568