4 สิงหาคม 2569 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นำโดย อาจารย์ ดร. กุลภา ไชยวงศ์คต อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ และสมาชิกกลุ่มวิจัยฟิสิกส์อวกาศและอนุภาคพลังงานสูง เข้าร่วมงานแถลงข่าว “ครั้งแรกของไทยสู่ภารกิจสำรวจดวงจันทร์ ร่วมนับถอยหลังอุปกรณ์วิจัยวิทยาศาสตร์ฝีมือคนไทยสู่วงโคจรดวงจันทร์ : CE-7 MATCH Thai Scientific Payload” ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กรุงเทพฯ เพื่อประกาศความพร้อมของประเทศไทยในการส่งอุปกรณ์วิจัยที่พัฒนาโดยนักวิจัยไทยร่วมปฏิบัติภารกิจสำรวจดวงจันทร์กับยานฉางเอ๋อ 7 (Chang’e 7) ซึ่งมีกำหนดปล่อยระหว่างวันที่ 22–25 สิงหาคม 2569
ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวถึงนโยบายการยกระดับทุนมนุษย์และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมผ่านเทคโนโลยีอวกาศ รวมถึง คุณอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงการพัฒนากำลังคนด้าน STEM เพื่อรองรับอุตสาหกรรมอวกาศในอนาคต นอกจากนี้ยังมี ดร.วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวเปิดการแถลงข่าว พร้อมด้วย คุณวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) และ ดร.ศรุต วานิชพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส Sea (ประเทศไทย) ภาคเอกชนที่ร่วมสนับสนุนการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านอวกาศสู่สาธารณชน
ความสำเร็จของอุปกรณ์ Moon-Aiming Thai-Chinese Hodoscope (MATCH) เป็นผลงานของ กลุ่มวิจัยฟิสิกส์อวกาศและอนุภาคพลังงานสูง ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีความร่วมมือกับ สถาบันดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ในโครงการความร่วมมือด้านวิศวกรรมการสำรวจอวกาศห้วงลึกไทย–จีน ภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศในการสร้างสถานีวิจัยทางวิทยาศาสตร์บนดวงจันทร์ (International Lunar Research Station: ILRS) โดยอุปกรณ์ดังกล่าวได้รับการออกแบบเพื่อใช้ตรวจวัดอนุภาคพลังงานสูงและศึกษาสภาพแวดล้อมรังสีบนพื้นผิวดวงจันทร์ ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการศึกษาสภาพอวกาศและการวางแผนภารกิจสำรวจอวกาศในอนาคต
กลุ่มวิจัยฟิสิกส์อวกาศและอนุภาคพลังงานสูง คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นำโดย Professor Dr. David Ruffolo อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ มีความเชี่ยวชาญด้านการศึกษารังสีคอสมิก พายุสุริยะ และสภาพอวกาศมากกว่า 40 ปี โดยกลุ่มวิจัยสามารถพัฒนาอุปกรณ์ตรวจวัด ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และซอฟต์แวร์ของ MATCH ได้ด้วยองค์ความรู้ของนักวิจัยไทย พร้อมทั้งสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ด้านเทคโนโลยีอวกาศและวิศวกรรมขั้นสูง อันเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศด้วยศักยภาพของตนเอง
การเข้าร่วมแถลงข่าวครั้งนี้จึงเป็นการสะท้อนถึงบทบาทของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะสถาบันชั้นนำด้านการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ที่สามารถสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และกำลังคนคุณภาพสูง ผ่านความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อนำวิทยาศาสตร์ไปสู่การสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและมนุษยชาติอย่างเป็นรูปธรรมได้เป็นอย่างดี
โดยข้อมูลที่ได้จากภารกิจฉางเอ๋อ 7 จะช่วยสร้างองค์ความรู้ใหม่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมรังสีบนดวงจันทร์ ต่อยอดสู่การพัฒนาระบบเตือนภัยด้านสภาพอวกาศจากพายุสุริยะและลมสุริยะความเร็วสูง ซึ่งมีผลกระทบต่อระบบดาวเทียม การสื่อสาร การนำทาง และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลก ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) และสร้างประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติในระยะยาวต่อไป
เรียบเรียงโดย : นางสาวปัณณพร แซ่แพ
ตรวจสอบโดย : –
ภาพข่าวโดย : VoiceTV,
อาจารย์ ดร.ทัฏพงศ์ ตุลยานนท์
เว็บมาสเตอร์: นางสาวปัณณพร แซ่แพ
วันที่ 5 สิงหาคม 2569















